หากไม่อยาก ซ่อม รถรับจ้าง บ่อยๆ ให้หมั่นเช็ค

หากไม่อยาก ซ่อม รถรับจ้าง บ่อยๆ ให้หมั่นเช็ค รถยนต์ถือได้ว่ามีบทบาทในชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ด้วยที่ว่ารถยนต์นั้นช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างมาก จึงทำให้หลายๆ คนมักจะนิยมซื้อรถยนต์เพื่อมาใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งในการซื้อรถยนต์มาเป็นของตัวเองนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาอีกด้วย เช่น ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าซ่อมแซม ค่าน้ำมัน เป็นต้น โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้บางอย่างนั้นเราไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้เพราะมีความจำเป็นต่อรถนั่นเอง

แต่ทว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่หนึ่งอย่างที่เราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้ หรือ ทำให้โอกาสเกิดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้น้อยลง ค่าใช้จ่ายที่เราพูดถึงนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายในการ ซ่อมรถ นั่นเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้นั้นหากว่าเรารู้จักดูแลเอาใจใส่รถของเราอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้
วันนี้จึงจะมาแนะนำ สิ่งที่เราควรหมั่นดูแลในรถยนต์ของเรา เพื่อที่จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้นั่นเอง โดยที่เราจะพูดถึงนี้ไม่ใช่วิธีการซ่อมรถนะครับ แต่จะเป็นวิธีตรวจเช็คส่วนต่างๆ ของรถยนต์ในเบื้องต้น เมื่อเราพบปัญหาเกิดขึ้นก็ให้รีบเอารถเข้าอู่เพื่อซ่อมแซมจะเป็นการดีที่สุดครับ
หากไม่อยาก ซ่อมรถ บ่อยๆ ให้หมั่นเช็คสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ

ยางรถยนต์
ยางรถยนต์คือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้รถวิ่งไปได้ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นตรวจสอบยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ รวมถึงยางอะไหล่ว่าอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่ มีลมยางของล้อไหนอ่อนกว่าเส้นอื่นๆ ไหม หากพบเจอว่ามีการผิดปกติเกิดขึ้น ให้เราพยายามมองหาร่องรอบของรูรั่ว รอยบาดต่างๆ รอยแตกในยาง หากพบว่ามีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นให้เรารีบนำรถเข้าอู่เพื่อซ่อมแซมให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

น้ำมันเครื่อง
เราไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งอย่างเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นเครื่องยนต์ของรถเราได้พังแน่ๆ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นตรวจสอบในส่วนนี้ด้วย โดยวิธีการตรวจสอบก็คือ ให้เราดึงก้านน้ำมันเครื่องออกมาในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน จนถึงอุณหภูมิปกติแล้วดับสักครู่ (1-5นาที) ต่อมาให้เราเช็ดทำความสะอาดตรงส่วนปลายของก้านที่มีน้ำมันเครื่องติดออกมาด้วย เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วให้เราทำการใส่กลับเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงดังออกมาวัดระดับดูว่ามีน้ำมันเครื่องเหลือปริมาณเท่าใด โดยให้เราดูจากวัดระดับ ซึ่งเราควรจะให้ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ในจุด F หรือ FULL จึงจะเป็นการดีที่สุดครับ

ผ้าเบรค
ผ้าเบรกก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการขับขี่ของเรา โดยวิธีการตรวจสอบก็เช่น ฟังเสียงรถขณะเบรครถ ว่ามีเสียงเหล็กเสียดสีกันหรือไม่ หากว่ามีแสดงว่าผ้าเบรคของรถเราอาจจะหมดแล้ว เป็นต้น นอกจากวิธีที่เรากล่าวมานี้ยังมีอีกหลายวิธีที่จะสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง แนะนำว่าหากเรารู้สึกไม่มั่นใจว่าผ้าเบรครถเรามีปัญหาหรือเปล่าก็ลองเอารถเข้าอู่แล้วปรึกษาช่างดูจะดีกว่าครับ เพราะหากเปรียบเทียบราคาค่าผ้าเบรคกับความปลอดภัยของเราแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ

น้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ
การที่เราจะเช็คน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำแนะนำว่าควรเช็คในช่วงเช้า ก่อนที่เราจะสตาร์ทเครื่องยนต์ จะเป็นการดีที่สุด หรือหากไม่สะดวกช่วงเช้าก็อาจจะเช็คในช่วงอื่นๆ ที่เครื่องยนต์ไม่มีความร้อนก็ได้เช่นกัน ส่วนวิธีการตรวจเช็คก็คือ ให้เราเปิดฝาหม้อน้ำ หรือถังพักน้ำสำรองออกดู ให้เราดูสี ดูภาพ ของน้ำว่าสัยังดูดีเหมือนตอนแรกอยู่หรือไม่ ระดับน้ำลดลงไปมากขนาดไหน หากว่าระดับน้ำลดลงไปมาก ก็ให้เราเติมด้วยน้ำยาหล่อเย็น เพราะน้ำมันหล่อเย็นจะช่วยป้องกันหม้อ

น้ำได้ดีที่สุด
แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินจนไม่สามารถหาน้ำยาหล่อเย็นได้ ก็สามารถใช้น้ำเปล่าแทนได้ แต่แนะนำว่าควรใช้วิธีนี้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น รวมถึงถ้าสภาพสีของน้ำในตอนที่ตรวจเช็คดูไม่ดี มีสีของสนิมอยู่มาก ก็ให้รีบเปลี่ยนทันทีเช่นกันครับ

สัญญาณไฟ
สัญญาณไฟก็ถือว่าสำคัญ เพราะว่าเมื่อเราขับขี่รถยนต์นั้น การให้สัญญาณไฟต่างๆ ก็จะเป็นการสื่อสารกับรถคันอื่นๆ ทราบว่าเรานั้นจะทำอะไร เช่น เปิดไฟสัญญาณซ้าย เพื่อสื่อสารว่าเรานั้นต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรดูแลไฟต่างๆ ในรถให้อยู่สภาพดีเสมอ ทั้ง ไฟหน้าสูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ หากพบว่ามีไฟส่วนไหนเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ ก็ให้เรารีบเปลี่ยนใหม่โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง