พรรคไทยรักษาชาติยื่นแก้ข้อกล่าวหายุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ไทยรักษาชาติ ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ มั่นใจไม่เป็นปฎิปักษ์  ไม่ใช่กบฏ-คอมมิวนิสต์ วอนสืบพยาน 19 ปาก  

เมื่อเวลา 15.45 น. นายสุรชัย ชินชัย และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมทีมกฎหมายนำเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรค   พร้อมบัญชีพยานเข้ายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ  และสำเนาเอกสารส่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 ชุด เพื่อแก้ข้อกล่าวหากรณีนายทะเบียนพรรคการเมือง  ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 (2)   ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  โดยในวันนี้ครบกำหนด  7 วัน   ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด

นายสุรชัย เปิดเผยว่า ประเด็นหลักที่พรรคยื่นแก้ข้อกล่าวหา  มี 3 ประเด็น ประเด็นแรก เรายืนยันเจตนาบริสุทธิ์ และไม่มีเจตนาพิเศษใด ๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นอย่างอื่น โดยเราเชื่อว่าจะสามารถทำได้อย่างบริสุทธิ์ใจ พร้อมทั้งความประสงค์และความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ ประเด็นที่ 2 การเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยแก้ข้อกล่าวหาว่า ความหมายของคำว่าปฏิปักษ์ตามพจนานุกรมให้ความหมายว่าเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม น่าจะหมายถึงการนำระบอบคอมมิวนิสต์ มาใช้ปกครองในประเทศไทย หรือการเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113  

นายสุรชัย กล่าวว่า คำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ ยังขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรค เราก็ถือว่าคำร้องยุบพรรคเป็นคำร้องประเภทเดียวกับคดีอาญาการเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตไม่ต่างจากการประหารชีวิตในทางการเมือง และประเด็นที่ 3 ที่กกต.มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีการสืบสวนสอบสวนก่อน โดย กกต.มีมติส่งศาลจึงเป็นการข้ามขั้นตอนการเสนอคำร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้พรรคได้ยื่นบัญชีพยานบุคคล ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 14 คน และพยานคนกลาง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก 5 ปาก 

ต่อข้อถามว่ามองว่าการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญควรเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่  นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสควรให้ประชาชนได้ลงคะแนนวันที่ 24 มี.ค.ก่อน จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้  ซึ่งตนเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่ศาลจะเมตตาต่อเรา